ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
Main

ความเชื่อมั่นผู้ผลิตญี่ปุ่นลดน้อยลง 3 ไตรมาสติดต่อกัน เหตุเงินลงทุนสูงกระทบภาคธุรกิจ

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เผยในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่นในไตรมาส 3/2565 ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 เนื่องจากว่าผลกระทบของต้นทุนการวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ของญี่ปุ่น (ทังกัน) ประจำไตรมาส 3 ซึ่งรวมทั้งผู้ผลิตรถยนต์และก็สินค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้น น้อยลงสู่ระดับ 8 จากระดับ 9 ในไตรมาส 2 และก็ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเดาไว้ที่ระดับ 11 ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานและก็ต้นทุนวัตถุดิบได้ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่น และก็ทำให้บริษัทต่างๆจำเป็นต้องขึ้นราคาสินค้าเพื่อปกป้องกำไรของบริษัท อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มบริษัทนอกภาคการผลิตซึ่งรวมทั้งภาคบริการนั้น เพิ่มขึ้นแตะระดับ 14 ในไตรมาส 3 จากระดับ 13 ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 ไตรมาส โดยได้แรงหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวภายหลังรัฐบาลยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผลจากการสำรวจของ BOJ กล่าวว่า ดัชนีทังกันภาคการผลิตในไตรมาส 4 มีแนวโน้มขยับขึ้นแตะระดับ 9 แต่คาดว่าดัชนีทังกันนอกภาคการผลิตบางทีก็อาจจะปรับตัวลงแตะระดับ 11 เนื่องจากว่าต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น

ธอส
Main

ธอส.ตรึงดอกเบี้ยบ้านถึงสิ้นปี’65 ส่วนปีถัดไปทยอยขึ้นตามตลาด

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ยันไม่ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้บ้านจนกระทั่งปลายปี’65 ถึงแม้สูญรายได้ 1,900 ล้านบาท หวังแบ่งเบาภาระให้เวลาลูกค้าปรับตัว 6 เดือน ด้านปี’66 ทยอยขึ้นดอกเบี้ยเท่าตลาด รับถ้าหาก กนง.ทยอยขึ้นดอกเบี้ยปีถัดไป สูญรายได้อีกกว่า 5 พันล้านบาท   วันที่ 28 เดือนกันยายน 2565 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยออกมาว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย0.25% ต่อปี จาก 0.75% เป็น 1% ต่อปี โดยให้มีผลทันทีนั้น จากการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด ธอส.) ยังยืนยันพร้อมตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้บ้านไว้ให้นานที่สุดอย่างน้อยถึงปลายปี 2565 เพื่อแบ่งเบาภาระรวมทั้งให้เวลาลูกค้าในการปรับตัว ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท เป็นพอร์ตลูกค้าสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยลอยตัวกว่า 1 ล้านล้านบาทโดยคาดว่าดอกเบี้ยของธนาคารจะขยับเท่าตลาดอย่างน้อยอีก 6 เดือน หรือภายในช่วงกลางปี 2566 ทั้งนี้ จะก่อให้เกิดผลเสียต่อต้นทุนของธนาคาร จากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่หายไปสูงสุดราว 1,900 ล้านบาท จากการที่ธนาคารไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยจนกระทั่งปลายปี…

Continue Reading

Main

ราคาน้ำมันวันนี้ (27 กันยายน 65) เช็คราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ปัจจุบัน

ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ย. 65) ตามข้อมูลที่ได้มาจากบางจาก แก๊สโซฮอล์ 95 จำหน่ายที่ราคาลิตรละ 34.35 บาท ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 จำหน่ายที่ราคาลิตรละ 34.08 บาท รายงานราคาดีเซลล่าสุด ราคาอยู่ที่ 34.94 บาท ดีเซล B7 ราคา 34.94 บาท และดีเซลพรีเมี่ยม (Hi Premium Diesel S B7) อยู่ที่ 43.66 บาท ส่วนราคาน้ำมันวันพรุ่งนี้ ยังไม่มีประกาศเปลี่ยนแปลง ตามข้อมูลล่าสุดเมื่อเวลา 07.03 น.ที่ผ่านมา สรุปราคาน้ำมันวันนี้ ตามข้อมูลที่ได้มาจาก สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ประจำวันที่ 27 ก.ย. 2565 จากปั๊มน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ PTT Station บางจาก เชลล์ และเอสโซ่ ดังนี้ ราคาน้ำมัน PTT Station เบนซิน…

Continue Reading

Main

ปอนด์ดิ่งทำนิวโลว์เทียบเคียงดอลลาร์ กังวลสถานะการคลังอังกฤษตกต่ำ

เงินปอนด์หล่นลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาเช้านี้(26กันยายน) เนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับสถานะการคลังของรัฐบาลอังกฤษ ภายหลังรัฐบาลเปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ ทั้งนี้ เงินปอนด์หล่นลงแตะระดับ 1.0382 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเช้านี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์   รัฐบาลอังกฤษ เปิดเผยมาตรการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ รวมทั้งมาตรการเยียวยาภาคครัวเรือนรวมทั้งภาคธุรกิจที่ได้รับผลพวงจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน ทั้งนี้ รัฐบาลประเมินว่ามาตรการปรับลดภาษีจะมีวงเงินราว 4.5 หมื่นล้านปอนด์ในปี 2569-70 ส่วนมาตรการเยียวยาผลพวงจากการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานมีวงเงินมากยิ่งกว่า 1 แสนล้านปอนด์ อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวลต่อสถานะทางการคลังของอังกฤษจากการก่อหนี้สินเพิ่มขึ้นของรัฐบาล หลังการเปิดเผยมาตรการดังที่กล่าวมาข้างต้น ด้านซิตี้กรุ๊ปเตือนว่า อังกฤษมีการเสี่ยงที่จะเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่นในสกุลเงินปอนด์ รวมทั้งปอนด์อาจจะดิ่งลงแตะระดับ 1:1 เทียบเคียงดอลลาร์ “เราคิดว่าอังกฤษจะพบเจอความยุ่งยากสำหรับในการหาเงินมาทดแทนการขาดดุลงบประมาณ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่” ซิตี้กรุ๊ป ระบุ

Main

น้ำมัน WTI ปิดบวก 55 เซนต์ ขานรับดีมานด์น้ำมันจีนฟื้นตัว

  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (22 เดือนกันยายน) โดยได้แรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในจีนที่เริ่มฟื้นตัว และการคาดเดาที่ว่าอุปทานน้ำมันจะเผชิญกับสภาวะตึงตัว สาเหตุจากการที่รัสเซียประกาศยกระดับการทำสงครามกับยูเครน ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 83.49 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 63 เซนต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 90.46 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบปิดในแดนบวกหลังจากมีแถลงการณ์ว่า ความต้องการใช้น้ำมันในจีนส่งสัญญาณฟื้นตัว ภายหลังที่ก่อนหน้านี้ความต้องการใช้น้ำมันปรับตัวลงเนื่องด้วยผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโควิด-19 นอกเหนือจากนี้ นักลงทุนคาดว่าอุปทานน้ำมันจะเผชิญกับสภาวะตึงตัว โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่กำลังใกล้เข้ามา หลังจากประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ประกาศระดมพลจำนวน 300,000 นายเพื่อยกระดับการทำสงครามกับยูเครน ซึ่งถือว่าเป็นการเรียกระดมพลทหารรัสเซียเป็นครั้งแรกตั้งแต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับความคืบหน้าปัจจุบันในรัสเซียนั้น OVD-Info ซึ่งเป็นกลุ่มสิทธิมนุษยชนในรัสเซียเปิดเผยว่า ชาวรัสเซียที่ออกมาชุมนุมต่อต้านการประกาศระดมพลของปธน.ปูตินได้ถูกตำรวจจับกุมตัว พร้อมกับถูกหมายเรียกให้ไปแสดงตัวต่อทางกองทัพเพื่อเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ซึ่งผู้ที่ปฏิเสธหมายเรียกดังกล่าวจำเป็นต้องโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี อย่างไรก็ตาม ช่วงบวกของสัญญาน้ำมันถูกจำกัดจากการแข็งค่าของดอลลาร์ โดยดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดการเปลี่ยนแปลงของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน…

Continue Reading

จีดีพี
Main

ADB หั่นคาดการณ์จีดีพีอินเดียลงเหลือ 7% หลังเงินเฟ้อพุ่ง-คุมเข้มแนวนโยบาย

ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) ปรับลดคาดคะเนการขยายตัวของสินค้ามวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของอินเดียเวลาที่เหลือของปีงบประมาณนี้ (เม.ย. 2565 – มี.ค. 2566) ลงสู่ระดับ 7% จาก 7.5% ที่เคยคาดคะเนไว้ในเดือนเม.ย. ADB ระบุว่าเป็น “การปรับลดคาดคะเนลงเล็กน้อย” ซึ่งผลจากสภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเกินคาดและการควบคุมเข้มแนวทางการเงิน ขณะเดียวกัน ADB ได้ปรับเพิ่มคาดคะเนเงินเฟ้อของอินเดียขึ้นสู่ระดับ 6.7% พร้อมระบุว่า การบริโภคของภาคเอกชนจะได้รับผลพวงจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงเพิ่มขึ้นซึ่งกำลังบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค แม้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม ทั้งนี้ ADB คาดว่า แรงกดดันด้านราคาจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศ และทำให้อุปสงค์ทั้งโลกซบเซา รวมทั้งราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นนั้นมีลัษณะทิศทางที่จะทำให้ยอดการส่งออกสุทธิลดน้อยลง

หุ้นไทย
Main

หุ้นไทยไปต่อ! ลุ้นผลประชุมเฟดวันพรุ่งนี้ ปักหมุด 6 หุ้นเด่น

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ รองผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เผยถึง สภาวะตลาดค้าหุ้นไทยปิดที่ระดับ1,638.59 บวก จุด 7.02 จุด หรือ 0.43 % โดยระหว่างวันดัชนีความเคลื่อนไหวสูงสุดที่ระดับ 1,645.15 จุด รวมทั้งต่ำสุดที่ระดับ 1,636.20 จุด ด้วยราคาการซื้อขาย 65,130.39 ล้านบาทว่า ตลาดค้าหุ้นไทยปิดบวกสอดรับตลาดค้าหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปิดเขียว ได้แก่ ประเทศอินเดียบวก 1.3% ประเทศออสเตรเลียบวก 1.2% รวมทั้งจีนบวก1.2% รับข่าวบวกในกรณีที่จีนจัดแจงเปิดเมืองเพิ่ม หลังผ่อนคลายเมืองเฉิงตู ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ด้านยานยนต์ นอกเหนือจากนี้มีเหตุมาจากแรงซื้อหุ้นบิ๊กแคปดันตลาด ได้แก่ TLI บวก 6% เก็งกำไรเฟดขึ้นดอกเบี้ย หุ้นเปิดเมือง ได้แก่ CRC บวก 3.2 % MINT บวก 3.6% หุ้นโรงไฟฟ้า ได้แก่ EA บวก 3.1% GPSC บวก 2.2% สำหรับใจความสำคัญที่ติดตามคือการสัมมนาเฟดตลาดคาดว่าขึ้นดอกเบี้ย0.75% แต่เซอร์ไพร์สตลาดถ้า}ออกมา 1…

Continue Reading

Main

บอนด์ยีลด์พุ่ง กดดัน”ทองคำนิวยอร์ก”ปิดร่วง 5.3 ดอลล์

สัญญาทองตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (19 ก.ย.) โดยตลาดถูกบีบคั้นจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ แล้วก็ความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราค่าดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สัญญาทองตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเดือนธันวาคม ลดลง 5.3 ดอลลาร์ หรือ 0.31% ปิดที่ 1,678.2 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนเดือนธันวาคม ลดลง 2.30 เซนต์ หรือ 0.12% ปิดที่ 19.358 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนตุลาคม มากขึ้น 17.5 ดอลลาร์ หรือ 1.94% ปิดที่ 918.5 ดอลลาร์/ออนซ์ สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนเดือนธันวาคม พุ่งขึ้น 108 ดอลลาร์ หรือ 5.1% ปิดที่ 2,220.70 ดอลลาร์/ออนซ์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปี ซึ่งมีความหวั่นไหวต่อนโยบายการเงินของเฟด พุ่งขึ้นเหนือระดับ 3.9% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 เมื่อคืนนี้ แล้วก็อยู่สูงกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีและ 30 ปี…

Continue Reading

นักวิเคราะห์คาดดอลลาร์สิงคโปร์แข็งแกร่ง ขานรับแบงก์ชาติคุมเข้มการเงิน
Main

นักวิเคราะห์คาดดอลลาร์สิงคโปร์แข็งแกร่ง ขานรับแบงก์ชาติคุมเข้มการเงิน

ดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์กลายมาเป็นสกุลเงินที่มีความยืดหยุ่นต่อดอลลาร์สหรัฐสูงที่สุดในเอเชียในปีนี้ โดยนักกลยุทธ์บางรายคาดเดาว่า ดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์จะแข็งค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากแรงกดดันเงินเฟ้อส่งเสริมให้ธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์ (MAS) คุมเข้มแนวทางการเงินผ่านการกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์อีกรอบในเดือนต.ค. ทั้งนี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า โกลด์แมนแซคส์ ซิตำหนิกรุ๊ป และเอ็มยูเอฟจีธนาคารอยู่ในกรุ๊ปสถาบันการเงินที่มีมุมมองเชิงบวกต่อสกุลเงินดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์ โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า MAS จะเพิ่มการคุมเข้มนโยบายการเงินที่การสัมมนาเดือนต.ค. เพื่อสกัดเงินเฟ้อพื้นฐานที่แตะต้องระดับสูงสุดในรอบ 14 ปีเมื่อเดือนเดือนกรกฎาคม การคาดการณ์ดังกล่าวข้างต้นมีขึ้นในขณะสกุลเงินสำคัญเกือบทุกสกุลอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เพราะเหตุว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดินหน้าวงจรการปรับขึ้นอัตราค่าดอกเบี้ยในเชิงรุก อย่างไรก็แล้วแต่ ถึงแม้จุดยืนของ MAS ได้ผลักดันให้ดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์เปลี่ยนเป็นผู้ชนะในกรุ๊ปสกุลเงินในเอเชีย แต่ดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์ยังคงปรับตัวน้อยลงกว่า 4% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ นายเจฟฟ์ เอ็ง นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินของเอ็มยูเอฟจีธนาคารในประเทศสิงคโปร์กล่าวว่า เอ็มยูเอฟจีธนาคารคาดเดาว่า ความน่าจะเป็นที่ MAS จะคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มเติมอีกในเดือนหน้านั้นอยู่ที่ 50% ซึ่งหมายความว่าดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์อาจแข็งค่าขึ้นกว่า 1% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐตลอดช่วงหลายเดือนข้างหน้า อนึ่ง MAS นั้นรับมือกับเงินเฟ้อที่พุ่งสูงมากขึ้นด้วยการกำหนดกรอบสกุลเงินดอลลาร์ประเทศสิงคโปร์ให้สูงมากขึ้น เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินที่มีสกุลเงินของคู่ค้าสำคัญของประเทศสิงคโปร์ โดยไม่เหมือนกันกับธนาคารกลางส่วนใหญ่ที่ใช้อัตราค่าดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ปกติแล้ว MAS จะปรับนโยบายการเงินผ่านการกำหนดกรอบอัตราแลกเปลี่ยน 3 ด้านด้วยกันซึ่งอย่างเช่น ความชัน (Slope), ค่ากลาง (Mid-Point) และความกว้าง (Width) ของกรอบอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด (Policy Band) หรือที่เรียกว่า Nominal…

Continue Reading